การดูแลรักษาเสื้อผ้า เพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น

การดูแลรักษาเสื้อผ้า เพื่อให้ใช้งานได้นานขึ้น

folded-443509

การดูแลเสื้อผ้าที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ทำให้เสื้อผ้าของคุณนั่นดูสะอาดและใหม่อยู่เสมอ แต่ยังเป็นการยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้านั้น ลดการซื้อเสื้อผ้าใหม่ ประหยัดเงิน และยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิตเสื้อผ้าและลดขยะอีกด้วย

วิธีดูแลรักษาเสื้อผ้าเบื้องต้น

1. อ่านฉลากสัญลักษณ์ที่ติดมากับเสื้อผ้า

การอ่านฉลากเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด ซึ่งฉลากเหล่านี้จะบอกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการดูแลเสื้อผ้าที่แต่ละตัวต้องการ

2. เสื้อผ้าบางประเภท ไม่จำเป็นต้องซักทุกครั้งที่ใส่

การซักบ่อยเกินไปอาจทำลายเนื้อผ้าและลดอายุการใช้งานได้ โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ทำจากเนื้อผ้าละเอียดหรือมีการตกแต่งพิเศษ เช่น

  • เสื้อแจ็คเก็ต เสื้อสูท หรือเสื้อไหมควรซักเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น หากใส่แค่ชั่วโมงสั้นๆ และไม่มีเหงื่อหรือกลิ่น สามารถแขวนไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี เพื่อให้อากาศผ่านแล้วนำมาใส่ใหม่ได้
  • ผ้ายีนส์ อาจจะซักทุก 5-10 ครั้งที่ใส่ เพื่อรักษาสีและทรงของกางเกง โดยเมื่อใส่แล้วสามารถแขวนไว้ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี หรือใช้ผ้าชุบน้ำทำความสะอาดเล็กน้อยได้

3. การแยกซักเสื้อผ้าตามสี และประเภทของผ้า

การแยกซักควรเป็นแบ่งอย่างน้อย 3 กลุ่ม ได้แก่ สีขาว สีกลาง และสีเข้ม และเสื้อผ้าใหม่ควรแยกซักต่างหากใน 2-3 ครั้งแรก เพื่อป้องกันสีตก นอกจากนี้การแยกตามประเภทผ้าก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น ผ้าเนื้อหนัก จำพวกผ้ายีนส์ ไม่ควรซักรวมกับเนื้อผ้าบาง เช่น ผ้าไหม เนื่องจากความแรงในการปั่นและการเสียดสีกันอาจทำให้ผ้าบางเสียหายได้

4. การตั้งโปรแกรมซักในเครื่องซักผ้า

การตั้งโหมดซักที่แรงเกินไปเป็นสาเหตุที่ทำให้เสื้อผ้าเสื่อมสภาพเร็ว การเลือกโหมดซักที่เหมาะสมกับประเภทเสื้อผ้าจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้อย่างมาก เช่น เสื้อผ้าที่ทำจากเนื้อผ้าละเอียด เช่น ผ้าซาติน ผ้าไหม ผ้าลูกไม้ หรือเสื้อที่มีเลื่อม ควรใช้โหมดซักอ่อนโยน (Gentle หรือ Delicate) เท่านั้น หรือซักด้วยมือจะดีที่สุด รวมทั้งการปั่นแห้งที่แรงเกินไปก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำลายเสื้อผ้า ควรลดความเร็วในการปั่น (Spin Speed) หรือตั้งเวลาให้น้อยลง สำหรับเสื้อผ้าประเภทนี้

5. ปริมาณเสื้อผ้าที่ซักต้องไม่เยอะจนเกินไป

การใส่เสื้อผ้าเยอะเกินไปในเครื่องซักผ้าต่อครั้ง น้ำและผงซักฟอกจะไม่สามารถไหลเวียนได้ดี ทำให้ซักไม่สะอาด เสื้อผ้าจะเสียดสีกันมากเกินไป อาจเกิดการขาด ยืด หรือเกิดขุยได้ การปั่นแห้งก็จะไม่มีประสิทธิภาพ

6. ตากผ้าให้ถูกวิธี หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด

แสงแดด จะทำให้เสื้อผ้าโดยเฉพาะเสื้อผ้าสีเข้มและเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ มีสีซีด และเนื้อผ้าเปราะได้ ดังนั้นควรตากในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทดี หรือตากในเวลาเช้าก่อนแสงแดดจัด รวมทั้งการพลิกเสื้อผ้าด้านในออกมาก่อนตากจะช่วยป้องกันสีและลายพิมพ์ นอกจากนี้การตากเสื้อผ้าบางชนิดควรตากให้เหมาะสม เช่น เสื้อยืดกันหนาว หากแขวนใส่ไม้แขวนเสื้อ อาจทำให้เสื้อผ้าเสียทรง ควรตากแนวราบจะดีกว่า

7. ไม่รีดผ้าด้วยอุณหภูมิที่ร้อนจนเกินไป

การตั้งอุณหภูมิเตารีดผิดอาจทำให้เสื้อผ้าไหม้ เปลี่ยนสี หรือเกิดรอยเงาได้